ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน

6199
ค๊อกคาเทลcover

ประเด็นหลัก

• ค๊อกคาเทล อีกหนึ่งสายพันธุ์นกที่จะทำให้คนรักนกต้องตกหลุมรัก ด้วยความฉลาด น่ารัก และมีสัญลักษณ์สีส้มที่แก้มทั้ง 2 ข้าง เหมือนเขินอายอยู่ตลอดเวลา และยังชอบร้องเพลงอีกด้วย


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความสวยงามของนกสายพันธุ์ต่างๆ เจ้านกที่เราจะกำลังจะแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้านกที่ว่านี้ก็คือ นกค๊อกคาเทล นกที่มีสัญลักษณ์ตรงแก้มเป็นสีส้มทั้งสองข้าง เหมือนมีอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเจ้านกค๊อกคาเทลนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

ค๊อกคาเทล1

ค๊อกคาเทล เป็นนกแก้วสายพันธุ์เล็ก ซึ่งเจ้านกสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่หงอนถิ่นกำเนิดของมันอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบเสียงโหวกเหวก ถ้าเป็นนกตัวผู้จะชอบร้องเพลง หากเราฝึกดีๆ โดยการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ให้เขาฟังจนชิน บางตัวก็ถึงกับร้องเพลงได้เลยทีเดียวนะ แต่เสียงอาจจะไม่ชัดเจนเหมือนนกแก้วชนิดอื่นเท่าไรนัก ความสามารถนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเจ้านกค๊อกคาเทลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง รวมถึงเจ้านกพันธุ์นี้ยังเชื่อฟังง่าย และชอบให้เจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กับมัน เช่น ลูบหัวมันเบาๆ และหากอยากจะเลี้ยงจริงๆ ให้เลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกนกนะคะ เพราะถ้าเราสอนหรือฝึกอะไรให้เขา เขาจะทำตามอย่างเชื่อฟังมากกว่านกที่โตแล้วนั่นเองค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้านกค๊อกคาเทลที่คนเลี้ยงไว้ในบ้านนั้นจะมีแก้มสีส้ม-แดง หากเป็นแก้มสีเหลืองนั้นก็ออกจะหายากสักหน่อย บางท่านที่ซื้อพ่อพันธ์แม่พันธ์มาแบบอิมพอร์ต ราคาจะตกอยู่ราวๆ หลักหมื่นต่อหนึ่งตัว และขอแนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดนะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ และโรคไข้หวัดนกด้วยจ้า

ค๊อกคาเทล2

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเจ้าค๊อกคาเทล

1. นกชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี

2. เป็นนกที่ไม่ชอบส่งเสียงดัง แต่ชอบการร้องเพลงเป็นทำนองเมโลดี้

3. มีขนาดเล็ก น่ารัก ควรเลี้ยงในกรงขนาด 2 ฟุต เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับนก 1-2 ตัว

4. หากเป็นนกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ จะรับรู้ได้เลยว่าเจ้านกน้อยมีความอ่อนโยน และเชื่องมากๆ

5. นกชนิดนี้ค่อนข้างต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และมีความอดทนค่อนข้างสูง ถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นหากนกที่คุณเลี้ยงอยู่มีอาการแปลกไปจากเดิม คุณควรพามันไปหาสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านนกโดยด่วนค่ะ

ค๊อกคาเทล3

อาหารสำหรับค๊อกคาเทล

ในส่วนการให้อาหารของเจ้านกนั้นจะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ กลุ่มอาหารหลักที่เป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และผลไม้ต่างๆ อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น แครอท โดยการหั่นเป็นลูกเต๋าผสมกับเมล็ดพืชให้นกกิน แต่ควรให้ในช่วงบ่ายนะคะ เพราะยังมีกลุ่มอาหารอีกจำพวกคือประเภทผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ที่ควรให้ในช่วงเช้า ส่วนน้ำควรเปลี่ยนทุกวันเพื่อความสะอาด และเราจะได้ล้างสิ่งสกปรกที่ตกลงไปในถ้วยน้ำด้วยค่ะ

ค๊อกคาเทล4

การผสมพันธุ์

ในเรื่องของการผสมพันธุ์ เจ้านกค๊อกคาเทลจะผสมพันธุ์กันอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อวัน หลังจากการผสมพันธุ์เราสามารถสังเกตได้ว่าตัวเมียจะมีอาการเข้าออกกล่องบ่อยกว่าปกติ หรือหนีไปอยู่ในกล่องเป็นเวลานานๆ นั่นคือการวางไข่ใบแรกไปจนถึงใบสุดท้ายของเขานั่นเองค่ะ หากเจ้านกตัวเมียเป็นนกที่แข็งแรง ปกติดี ก็อาจวางไข่ได้ 5-6 ใบเลยทีเดียว

ค๊อกคาเทล5

โรคที่ควรระวัง

1. โรคไข่ติด (ไข่ยาก) เกิดจากความไม่สมดุลในการสร้างไข่ของนก

2. โรคติดเชื้อเอเวียนโปลิโอ จะมีอาการท้องโต ไม่กินอาหาร เซื่องซึม และตายในที่สุด

3. โรคจากเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ จะพบว่านกมีอาการเป็นตุ่มแผล และมีหนองตามบริเวณเท้า จมูก ตา

4. โรคไวรัสนิวคาสเซิล อาการที่เห็นได้ชัด คือ อัมพาต คอบิด คอเอียง

5. โรคอกขวาน หรือ โรคผอมแห้ง คือ นกที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เช่น การเลี้ยงด้วยการจำกัดอาหารเพียงประเภทเดียวซ้ำๆ รวมทั้งอาหารที่ให้ไม่สะอาดเพียงพอ

ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมคะ สำหรับการเลี้ยงเจ้านกค๊อกคาเทล เพียงแค่เราหมั่นเอาใจใส่ และหมั่นดูแลทำความสะอาดกรง คอยเปลี่ยนน้ำให้เขาอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้มีเจ้านกน้อยแสนน่ารักคอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้ได้ฟังกันทุกวันแล้วจ้า

ค๊อกคาเทลภาพอ้างอิง

เรียบเรียงโดย : เด็กอ้วน

เด็กอ้วนเป็นคนที่ชอบเลี้ยงหมาและเป็นมิตรกับแมวที่รัก ทั้งยังชื่นชอบในสัตว์แปลกด้วย เด็กอ้วนชอบหาความรู้หรือวิธีการใหม่ๆ เพื่อมาแชร์ให้เพื่อนที่รักสัตว์เลี้ยงเหมือนกัน